ปาปัวนิวกินี แผ่นดินไหวขนาด 8.0 ประกาศเตือน สึนามิ แล้ว

ปาปัวนิวกินี แผ่นดินไหวขนาด 8.0 ประกาศเตือน สึนามิ แล้ว

วันที่ 22 ม.ค. 60 — เมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. ที่ผ่านมาตามเวลาในประเทศไทย เกิดเหตุแผ่นดินไหวความรุนแรง 8 แมกนิจูดที่ปาปัวนิวกินี ซึ่งมีการประกาศเตือนการเกิดคลื่นยักษ์สึนามิตามมา

เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 8 แมกนิจูด โดยศูนย์กลางของแผ่นดินไหวอยู่ใกล้กับเกาะโบเกนวิลล์ ปาปัวนิวกินี และมีความลึกลงไป 167 กิโลเมตรใต้พื้นดิน โดยหลังเกิดเหตุศูนย์เตือนภัยสึนามิแปซิฟิกคาดการณ์ว่า อาจจะเกิดสึนามิรุนแรงในอีกสามชั่วโมงถัดจากนี้ บริเวณริมชายฝั่งปาปัวนิวกินี หมู่เกาะโซโลแมน ประเทศนาอูรู อินโดนีเซีย อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานพบความเสียหายหรือผู้เสียชีวิตในเบื้องต้น

ขณะที่ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ระบุว่า แผ่นดินไหวดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย หากมีข้อมูลเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป

ที่มา : springnews

หนุ่มญี่ปุ่นดวงแข็ง ลอยคอกลางทะเลนาน 16 ช.ม. เรือออสซี่ผ่านมาเห็นพอดี

หนุ่มญี่ปุ่นดวงแข็ง ลอยคอกลางทะเลนาน 16 ช.ม. เรือออสซี่ผ่านมาเห็นพอดี

วันที่ 14 ม.ค. บีบีซีรายงานว่า เรือบรรทุกสินค้าได้ช่วยเหลือชายชาวญี่ปุ่นวัย 37 ปี ที่ลอยอยู่กลางทะเลข้ามคืนกว่า 16 ชั่วโมง หลังจากถูกคลื่นซัดออกไปนอกชายฝั่งบูลลี่ บีช ห่างจากนครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ไปทางใต้ 80 ก.ม. ตั้งแต่วันที่ 12 ม.ค.

ภาพจากเรือ MSC Damla ลูกเรือเห็นชาวญี่ปุ่นนั่งอยู่บนกระดานโต้คลื่นห่างจากชายฝั่ง 6 กิโลเมตร จึงโยนห่วงยางช่วยเหลือและลากขึ้นเรือมาได้ ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล

เควิน คลาร์ก ผู้อำนวยการของเอ็มเอสซี เผยว่า ชายคนนี้มีสุขภาพแข็งแรงดี และจิตใจเข้มแข็งมาก ก่อนได้ออกจากโรงพยาบาลในวันถัดมา

“ปกติแล้วลูกเรือจะมองแต่เส้นทางการเดินทาง นี่เป็นโชคดีมากๆ ที่เขาเห็นชายคนนี้โบกมืออยู่บนกระดานโต้คลื่น” คลาร์กกล่าว

หนุ่มญี่ปุ่นดวงแข็ง ลอยคอกลางทะเลนาน 16 ช.ม. เรือออสซี่ผ่านมาเห็นพอดี

ที่มา : ข่าวสด

อุตุฯ วอนปชช.อย่าตื่นแผ่นดินไหวเชียงใหม่ แค่รอยเลื่อนเคลื่อนตัว

9

อธิบดีอุตุฯ ขอ ประชาชนอย่าแตกตื่นแผ่นดินไหวเชียงใหม่ต่อเนื่อง แค่รอยเลื่อนเคลื่อนตัว ขณะเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังเต็มที่ ห่วงภาคใต้น้ำท่วมขังมรสุมระลอกใหม่เข้า เหนือ-อีสานเย็นลงอีก

นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. กรณีเกิดแผ่นดินไหวต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่หลายครั้ง ว่า กรณีดังกล่าวเกิดจากลอยเลื่อนแม่วางที่มีอยู่ ขยับตัวบ่อยครั้ง ประกอบกับเครื่องมือที่เจ้าหน้าที่มี มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ทำให้สามารถตรวจจับแรงสั่นไหวได้ ตั้งแต่ขนาด 1 ริกเตอร์กว่าๆ ขึ้นไป และครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดแรงสั่นไหวในพื้นที่ อ.จอมทอง และพื้นที่ใกล้เคียง เจ้าหน้าที่มีการตรวจจับพบมาก่อนหน้านี้มากกว่า 10 ครั้ง จึงขอให้ประชาชนอย่าตื่นตกใจ ให้ติดตามข้อมูลข่าวสารกับทางเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด และแรงสั่นไหวขนาด 3-4 ริกเตอร์ นี้ ก็ไม่สามารถสร้างความเสียหายให้เกิดขึ้นได้ จึงขอให้ประชาชนมั่นใจ

แต่ทั้งนี้เพื่อความไม่ประมาท เนื่องจากแผ่นดินไหวไม่สามารถพยากรณ์คาดการณ์ ล่วงหน้าได้ จึงได้ประสานสั่งการเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้เฝ้าระวังพื้นที่อ่อนไหว โบราณสถาน และสิ่งก่อสร้าง อย่างเต็มที่ รวมถึงประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบข้อมูลอย่างทันท่วงทีด้วย

นอกจากนี้ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ยังยอมรับด้วยว่าเป็นห่วงพื้นที่ภาคใต้ที่ประสบอุทกภัย มีน้ำท่วมขัง เนื่องจากจะมีฝนเพิ่มมากขึ้นและพายุใหม่เข้าอีกระลอก ระหว่างวันที่ 16-20 มกราคม 2560 โดยจะเคลื่อนเข้าจังหวัดชุมพรเป็นจังหวัดแรกในวันนี้ (16 มกราคม60 ) ก่อนในวันที่ 17-20 มกราคม จะเคลื่อนเข้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี นราธิวาส และนครศรีธรรมราช ตามลำดับก่อนจะค่อยๆ เบาลงขณะเดียว ในระยะนี้ทะเลมีคลื่นสูงกว่า 2-3 เมตร จึงขอให้ชาวเรือระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง ส่วนสภาพอากาศทางภาคเหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงนี้อากาศหนาวเย็น โดยอุณหภูมิจะลดลงอีกกว่า 3 องศาเซลเซียส

ที่มา sanook

ดีเอ็นเอมัดลูกเสือแช่แข็งมาจากนอกวัดหลวงตาบัวฯ จ่อส่งฟ้องเจ้าอาวาสค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย

ดีเอ็นเอมัดลูกเสือแช่แข็งมาจากนอกวัดหลวงตาบัวฯ จ่อส่งฟ้องเจ้าอาวาสค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย

กรมอุทยานฯ เผยผลดีเอ็นเอมัดวัดหลวงตาบัวฯ ลูกเสือโคร่งแช่แข็ง 6 ตัวมาจากนอกวัด เสือตายเพียบแต่ไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ เตรียมสรุปหลักฐานส่งฟ้องเจ้าอาวาสเป็นจำเลยที่ 1 ฐานความผิดครอบครอง-ค้าสัตว์ป่า

เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. นายอดิศร นุชดำรงค์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงกรณีการดำเนินการตรวจพิสูจน์ซากลูกเสือโคร่งแช่แข็ง ที่ตรวจยึดได้จากวัดหลวงมหาบัวญาณสัมปันโน จ.กาญจนบุรี ว่า ขณะนี้กรมอุทยานฯ ตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอซากลูกเสือทั้ง 40 ตัวแล้วเสร็จแล้ว พบว่ามีลูกเสือจำนวน 15 ตัวที่อยู่ในข่ายต้องสงสัยความเชื่อมโยงกับเสือทั้ง 147 ตัว ที่กรมอุทยานฯ ยึดจากวัดหลวงตาบัว โดยในจำนวน 15 ตัวบางตัวหาพ่อเจอ แต่หาแม่ไม่เจอ บางตัวหาแม่เจอ แต่หาพ่อไม่เจอ

ดีเอ็นเอมัดลูกเสือแช่แข็งมาจากนอกวัดหลวงตาบัวฯ จ่อส่งฟ้องเจ้าอาวาสค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย

ซึ่งทางวัดอธิบายว่าพ่อแม่เสือเหล่านี้ตายไปแล้ว แต่ไม่ได้แจ้งข้อมูลการตายให้กรมอุทยานฯ ทราบ จึงขาดข้อมูลหาความสัมพันธ์ทางดีเอ็นเอที่สมบูรณ์ฯ แต่เมื่อเสือตายแล้วทางวัดไม่แจ้งกรมอุทยานฯ ก็ถือว่ามีความผิด ที่สำคัญผลการตรวจสอบดีเอ็นเอซากลูกเสือจำนวน 6 ตัว จาก 15 ตัวพบว่าไม่มีความสัมพันธ์ของทั้งพ่อแม่จากดีเอ็นเอของเสือทั้งหมด 147 ตัว ซึ่งผลดีเอ็นเอนี้เป็นข้อชี้ชัดว่าเสือเหล่านี้ไม่ได้เกิดที่วัด แต่เป็นเสือที่ทางวัดนำมาจากภายนอก ซึ่งอาจเป็นการซื้อขายแลกเปลี่ยนกันโดยผิดกฎหมาย

นายอดิศร กล่าวต่อว่า ขณะนี้กรมอุทยานฯ กำลังอยู่ระหว่างการเขียนสรุปหลักฐาน เรียบเรียงคำอธิบายเป็นหลักฐาน เพื่อให้พนักงานสอบสวนส่งฟ้องต่อไป คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จก่อนสิ้นปีนี้ และสามารถดำเนินการส่งฟ้องได้ในเดือนม.ค.ปี2560 โดยจะแจ้งข้อกล่าวหาต่อเจ้าอาวาสวัดหลวงตามหาบัวฯ เป็นจำเลยที่ 1 พร้อมทั้งกรรมการมูลนิธิฯ กรรมการวัด และสัตวแพทย์ที่เกี่ยวข้อง ในฐานความผิดครอบครองสัตว์ป่าและค้าสัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต

รองอธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีประเด็นว่าทางวัดหลวงตามหาบัวฯ ได้ขออนุญาตตั้งสวนสัตว์ และได้รับใบอนุญาตจากกรมอุทยานฯ แล้ว แต่การก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งทางวัดหลวงตามหาบัวฯ ได้ทำเรื่องขอซื้อเสือจำนวน 105 ตัวจากสวนสัตว์แห่งหนึ่งใน จ.นครนายก ที่กำลังจะปิดกิจการลง และได้ทำเรื่องขออนุญาตเคลื่อนย้ายเสือ โดยกรมอุทยานฯ กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา เนื่องจากสวนสัตว์ของวัดหลวงตามหาบัวฯ ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ จึงต้องพิจารณาว่าเหมาะสมที่จะให้ย้ายเสือมาหรือไม่ ในขณะเดียวกันสวนสัตว์ที่ จ.นครนายก ใบอนุญาตก็จะหมดอายุลง จึงต้องให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาอย่างละเอียดอีกครั้ง

ที่มา : ข่าวสด

โดรนปริศนา บินชนปลียอดฉัตรพระธาตุดอยสุเทพ

26

(2 ธ.ค.) เกิดเหตุอากาศยานไร้คนขับหรือโดรน บินชนกับปลียอดฉัตรองค์พระธาตุดอยสุเทพ วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ของวัดพบซากโดรนเครื่องนี้ในสภาพเสียหาย ตกลงมาบริเวณลานวัดใกล้กับองค์พระธาตุ โชคดีที่ไม่ตกใส่นักท่องเที่ยวที่กราบสักการะขอพรรอบองค์พระธาตุได้รับบาดเจ็บ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพบว่าบริเวณปลียอดฉัตรไม่ได้รับความเสียหาย เนื่องจากบินชนต่ำกว่าปลียดฉัตรเพียงเล็กน้อย มีเพียงรอยจากการชนกระแทกเพียงเล็กน้อย ส่วนปลียอดฉัตรที่บรรจุวัตถุมงคลและลูกแก้วยอดฉัตรไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด

นายวัลลภ นามวงศ์พรหม กรรมการประชาสัมพันธ์ วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความตกใจให้กับภิกษุสามเณรและเจ้าหน้าที่ของวัดเป็นอย่างมาก เนื่องจากปลียอดฉัตรเป็นสิ่งสักการะที่พุทธศาสนิกชนถือเป็นมหามงคลขององค์พระธาตุ โชคดีที่ไม่ได้รับความเสียหายจนถึงขั้นต้องบูรณะ สำหรับผู้ที่บังคับโดรน เบื้องต้นทราบว่าอยู่บริเวณลานชมวิวของวัด หลังเกิดเหตุได้หายตัวไป หลังจากนี้ทางวัดจะตรวจภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อหาตัวอีกครั้ง โดยเบื้องต้นจะไม่เอาผิดดำเนินคดี แต่ต้องการให้มาพบเพื่อจะได้ว่ากล่าวตักเตือน

 

 

ที่มา : sanook

กรมธนารักษ์ เปิดจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 50 ปี บีโอไอ 6 ธ.ค.นี้

11

นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมฯได้จัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 50 ปี สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) โดยจัดทำเป็นเหรียญกษาปณ์โลหะสีขาว (ทองแดงผสมนิกเกิล) ชนิดราคา 20 บาท ประเภทธรรมดา โดยผู้ที่ประสงค์จะขอแลกเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกสามารถขอแลกได้ตั้งแต่ วันที่ 6 ธ.ค.2559 เป็นต้นไปที่ ซึ่งเหรียญดังกล่าวผลิตในจำนวนเพียง 400,000 เหรียญเท่านั้น

“กรมธนารักษ์ได้จัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 50 ปี บีโอไอ เพื่อเป็นที่ระลึกและเผยแพร่ภารกิจในการส่งเสริมการลงทุนทั้งในประเทศและการลงทุนของไทยในต่างประเทศ ให้ประชาชนได้ทราบทั่วกัน”

สำหรับส่วนกลาง ได้แก่ หน่วยรับและจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ กรมธนารักษ์ ถนนจักรพงษ์, หน่วยจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ กรมธนารักษ์ ถนนพระรามที่ 6 และหน่วยรับและจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ สำนักบริหารเงินตรา จ.ปทุมธาน ส่วนภูมิภาค ได้ที่ สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ 76 พื้นที่ ทุกจังหวัดทั่วประเทศ

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักบริหารเงินตรา โทรศัพท์ 0 2565 7966 และส่วนประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม โทรศัพท์ 0 2278 5641 หรือ www.treasury.go.th

 

 

ที่มา ข่าวสด

ทุบแล้ว! สระน้ำโผล่กลางทะเลพัทยา เจ้าของเปิดใจ ยอมรับสภาพ เลิกกิจการ!!

2

จากกรณีมีประชาชนร้องเรียน สระว่ายน้ำของโรงแรมโกลเด้นคลิปเฮาส์ บริเวณเขาพระตำหนัก เลขที่ 352/55 หมู่ 12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี สร้างลุกล้ำเข้าไปในเขตทะเล ต่อมาเจ้าหน้าที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาเมืองพัทยา ได้ตรวจสอบพบว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 และรวบรวมหลักฐานร้องทุกข์กล่าวโทษไปยังสภ.เมืองพัทยา

พร้อมสนธิกำลังหน่วยงานผู้เกี่ยวของลงพื้นที่ตรวจสอบและควบคุมตัว นายวรรธนันท์ ยิ้มละม้าย อายุ 64 เจ้าของโรงแรม สางดำเนินคดีในข้อกล่าวหา ประกอบธุรกิจโรงแรมโดยได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนโรงแรม ก่อนที่นายวรรธนันท์ จะยื่นหลักทรัพย์ 40,000 บาท ขอประกันตัวชั่วคราว

2-1

จากนั้นนายชนัฐพงศ์ ศรีวิเศษ ปลัดเมืองพัทยา ปฏิบัติหน้าที่นายกเมืองพัทยา พร้อมคณะเจ้าหน้าที่เมืองพัทยา ทหาร และฝ่ายปกครองได้เดินทางไปยังโรงแรมโกลเด้นคลิปเฮาส์ เพื่อติดประกาศคำสั่งจากจากเมืองพัทยา โดยมีคำสั่งให้ให้ระงับการใช้อาคารหรือปิดกิจการชั่วคราวจนกว่าจะได้ใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น เนื่องทางโรงแรมได้ขออนุญาตใช้เป็นอาคารที่พักอาศัยรวม แต่กลับใช้เป็นกิจการประเภทโรงแรม ส่วนสระว่ายน้ำที่ก่อสร้างลุกล้ำลำน้ำและที่สาธารณะ ให้รื้อถอนภายใน 15 วัน นับจากปิดประกาศ

2-2

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบ ที่โรงแรมโกลเด้นคลิปเฮาส์ พบว่าบรรยากาศเป็นไปอย่างเงียบเหงา ไร้ซึ่งบรรดานักท่องเที่ยวและแขกที่มาเข้าพัก มีเพียงพนักงานกำลังเก็บข้าวของเครื่องใช้ เนื่องจากโรงแรมได้ปิดกิจการลงชั่วคราวตั้งแต่เมื่อวันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา ส่วนบริเวณสระว่ายน้ำเจ้าปัญหาที่สร้างลุกล้ำเขตทะเล พบว่ามีพนักงานจำนวนหนึ่งกำลังใช้ค้อนขนาดใหญ่ค่อยๆทุบทำลายขอบสระบางส่วนเท่าที่สามารถทำได้ พร้อมใช้เครื่องสูบน้ำออกจากสระน้ำในขณะเดียวกัน

2-3

โดยนายวรรธนันท์ ยิ้มละม้าย ในฐานะตัวแทนโรงแรมเปิดใจว่า แต่ก่อนที่นี้เป็นบ้านพักก่อนเจ้าของเดิมจะสร้างอพาร์ทเม้นต์ขึ้นมาประมาณปี 2538 หรือ 2539 พร้อมกับสระว่ายน้ำ จนมาปี 2550 เริ่มมาประกอบเป็นธุรกิจ ซึ่งทางผู้บริหารเก่าอาจจะยื่นขออนุญาตประกอบธุรกิจประเภทอื่น ซึ่งไม่ใช่โรงแรม ส่วนทางผมนั้นได้เริ่มเข้ามาดูแลประมาณปี 2551 โดยไม่ทราบว่าสระว่ายน้ำสร้างรุกล้ำ และได้สานต่อธุรกิจแบบเต็มตัวในปี 2558 ส่วนห้องเช่ายังเป็นการให้บริการแบบรายเดือน และได้พยายามยื่นขอประกอบธุรกิจประเภทโรงแรม โดยทางฝ่ายบัญชีและการเงินเป็นฝ่ายดำเนินการเดินเรื่อง แต่ไม่สามารถดำเนินการขออนุญาตประกอบธุรกิจประเภทโรงแรมได้โดยไม่ทราบสาเหตุ จากนั้นจึงหยุดระงับเรื่องดังกล่าว จนปัจจุบันทางโรงแรมถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

2-4

“ผมยอมรับสภาพทุกอย่างทั้งเรื่องการทุบสระว่ายน้ำ และเรื่องการห้ามใช้อาคารของ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ของเมืองพัทยา โดยผู้รับเหมาที่ว่าจ้างจะดำเนินการนำเครื่องจักรมารื้อถอนสระว่ายน้ำวันพฤหัสบดีที่ 24 พ.ย.นี้ ค่าใช้จ่ายประมาณ 1 ล้านบาท ส่วนการรื้อสระว่ายน้ำจะได้สภาพเดิมนั้นหรือไม่ ก็ต้องดูทางเมืองพัทยาจะให้เรารื้อขนาดไหน ส่วนการบริการห้องพักทางเราได้หยุด แล้วคืนเงินให้กับลูกค้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรป โดยมีการสั่งจองห้องพักล่วงหน้าถึงเดินเม.ย.ปี 2560 ซึ่งเราได้สั่งยกเลิกและคืนเงินให้กับลูกค้าที่ได้โอนเงินมาจองที่พักแล้วทั้งหมด นับมูลค่าเสียหายหลายล้านบาท”นายวรรธนันท์ เผย

นายวรรธนันท์ กล่าวด้วยว่า ส่วนพนักงานจะทำงานวันสุดท้ายวันที่ 25 พ.ย. และโรงแรมจะจ่ายค่าชดเชยตามระเบียบตามกฎหมายให้กับพนักงานทุกคน ซึ่งมีประมาณ 35 คน สำหรับการจะกลับมาเปิดให้บริการใหม่นั้น ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะกลับมาเปิดให้บริการหรือปิดกิจการไปเลยมัน เป็นเรื่องของอนาคตนั้นเป็นเรื่องของเจ้าของที่ดินดังเดิม ส่วนตัวผมคงไม่ดำเนินธุรกิจต่อคงคืนให้เจ้าของเดิมต่อไป

 

 

ที่มา ข่าวสด

วัดดังโคราชสร้างเมรุ 7 สี เจ้าอาวาสเผยเป็นปริศนาสอนธรรม และลดความเศร้าโศกเสียใจ

33

เมื่อวันที่ 21 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมรุเผาศพภายในวัดหนองจะบก ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ได้สร้างความฮือฮา และแปลกตาให้กับประชาชนทั่วไปเป็นอย่างมาก เนื่องจากทางวัดได้มีการบูรณะเมรุเผาศพหลังเก่าที่ก่อสร้างมานานกว่า 44 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2515 ด้วยการเปลี่ยนเตาเผาศพใหม่ ซ่อมแซมปรับปรุงพื้นเมรุ และทาสีเมรุใหม่หมดทั้งหลัง โดยสีที่ใช้ทาเมรุใช้ทั้งหมด 7 สี สร้างสีสันสวยงามสดใส และสร้างความแปลกตาให้กับผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก

พระมหาเติมพงษ์ สิริจันโท เจ้าอาวาสวัดหนองจะบก ซึ่งเป็นผู้ออกแนวคิดทาสีเมรุ 7 สี เปิดเผยว่า เมรุหลังดังกล่าวแต่เดิมก่อสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2515 โดยในครั้งแรกนั้นเมรุมีสีขาวเหมือนวัดอื่นๆ ทั่วไป แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไปเมรุก็ชำรุดทรุดโทรม ทางวัดจึงได้บูรณะเมรุใหม่เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา และมีกำหนดแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนพฤศจิกายนนี้

33-1

“อาตมามีแนวคิดใช้สี 7 สี ทาสีสลับกันไปมาทั่วทั้งเมรุเพื่อให้ดูสดใสสวยงาม ชาวบ้านที่ผ่านมาไปมาเห็นแล้วจะได้ไม่รู้สึกกลัว และลดความเศร้าโศกเสียใจของครอบครัวผู้เสียชีวิต อีกทั้งการทาเมรุ 7 สีก็เป็นการสอนปริศนาธรรมแฝงเอาไว้ เพราะไม่ว่าคนเราจะเกิดวันไหนสีไหนก็ตาม สุดท้ายปลายทางชีวิตก็ต้องดับสูญ เหลือแค่เพียงสีขาวดำเท่านั้น นอกจากนี้การทาสีเมรุ 7 สีนี้ ยังสร้างความประหยัดให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตด้วย เนื่องจากต่อไปนี้ทางเจ้าภาพก็ไม่ต้องประดับผ้าหรือพุ่มดอกไม้หลากหลายสี เป็นการลดการใช้วัสดุสิ้นเปลืองอีกทางหนึ่งด้วย”พระมหาเติมพงษ์ กล่าว

 

 

 

ที่มา ข่าวสด

เตือนการสัญจร’เหนือ-อีสาน’ เช้าหมอกหนา-ทัศนวิสัยไม่ดี

4-16-11-59

“อุตุ” เผย ความกดอากาศสูงกำลังอ่อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ “เหนือ-อีสาน” อากาศเย็น-มีหมอก ระวังการสัญจร เหตุทัศนวิสัยไม่ดี ขณะที่ กทม.-ปริมณฑล ยังมีฝนเล็กน้อย

เมื่อวันที่ 16 พ.ย. กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน มีอากาศเย็นและมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่งบริเวณภาคเหนือตอนบน ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกเนื่องจากทัศนวิสัยลดลง สำหรับภาคใต้ตอนล่างยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งได้ในระยะนี้

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยาบริเวณความกดอากาศสูงกำลังอ่อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน แต่ยังคงทำให้บริเวณภาคเหนือ และ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน มีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่งบริเวณภาคเหนือตอนบน ภาคกลางตอนล่าง และภาคตะวันออก สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย ทำให้ภาคใต้ตอนล่างยังคงมีฝนตกหนักได้บางแห่ง อนึ่ง ในช่วงวันที่ 18-22 พฤศจิกายน 2559 จะมีคลื่นกระแสลมตะวันออกเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มขึ้นในระยะนี้

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย

ภาคเหนืออากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง ส่วนมากทางตอนบนของภาค
อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
บริเวณยอดดอยอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 11-14 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้า
อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
บริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 11-14 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลางมีเมฆบางส่วน กับมีฝน ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ทางตอนล่างของภาค
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกมีเมฆบางส่วน กับมีฝน ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดจันทบุรี และตราด
อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และปัตตานี
อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีเมฆบางส่วน กับมีฝน ร้อยละ 10 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม

215742 556000014162401 pnoht580921001004501

 

 

 

ที่มา dailynews

แจกบัตรคิว! ปชช.เข้าถวายสักการะพระบรมศพ รอบละ 100 คน

แจกบัตรคิว! ปชช.เข้าถวายสักการะพระบรมศพ รอบละ 100 คน

กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย แจกบัตรคิวให้ประชาชนได้เข้าถวายสักการะพระบรมศพ รอบละ 100 คน เพื่อลดความแออัด

พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 พร้อมคณะ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมการทำงานเจ้าหน้าที่ของกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย บริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง ที่ได้ตั้งขึ้นให้สอดคล้องกับศูนย์ติดตามสถานการณ์ (ศตส.) ที่ทำเนียบรัฐบาล

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ แจกบัตรคิว! ปชช.เข้าถวายสักการะพระบรมศพ รอบละ 100 คน

โดยกล่าวว่า จากสถิติรวม 7 วัน มีประชาชนเดินทางมาร่วมถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ประมาณ 225,000 คน เฉลี่ยวันละ 40,000 – 50,000 คน ขณะเดียวกันก็จำเป็นที่จะต้องจัดระเบียบเต็นท์จิตอาสา ที่นำสิ่งของมาแจกจ่าย ซึ่งทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด เพราะมีการนำรถเข้ามาในบริเวณรอบพระบรมมหาราชวัง แต่ขณะนี้ ก็สามารถลดปัญหาได้ในระดับหนึ่งแล้ว

ส่วนการจัดระบบคิวให้กับประชาชนที่เดินทางเข้ามาถวายสักการะพระบรมศพนั้น ทางกองอำนวยการได้ทำบัตรคิว โดยได้รับการประสานจากสำนักพระราชวังให้แจกจ่ายรอบละ 100 คิว เพื่อลดความแออัดของจำนวนประชาชน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองประชาชนทุกด้าน

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ แจกบัตรคิว! ปชช.เข้าถวายสักการะพระบรมศพ รอบละ 100 คน

อาทิ การตรวจจับสิ่งผิดกฎมาย รวมถึงอาวุธ มีการจัดสายตรวจรับแจ้งเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ เบื้องต้น ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องของการก่ออาชญากรรม ดังนั้น ฝากขอความร่วมมือไปยังประชาชนให้ช่วยเป็นหูเป็นตา หากมีสิ่งผิดปกติให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

ทั้งนี้ ไม่อยากให้ประชาชนมาพักค้างคืนในพื้นที่สนามหลวง เนื่องจากเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย เพราะเกรงว่าเจ้าหน้าที่จะดูแลไม่ทั่วถึง ประกอบกับมีคนเร่ร่อนเข้ามาในพื้นที่ด้วย เบื้องต้น ได้ประสานงานกับทางกรุงเทพมหานครแล้ว โดยผู้ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดก็สามารถพักค้างคืนในจุดที่กรุงเทพมหานครจัดไว้ได้

ที่มา : Sanook