5 ข้อควรรู้ก่อนทาน, “ทุเรียน”, ทานไม่ระวัง,เสี่ยงเสียชีวิต

5 ข้อควรรู้ก่อนทาน “ทุเรียน” ทานไม่ระวังเสี่ยงเสียชีวิต

ช่วงนี้อากาศบ้านเราร้อนจริงๆ ว่าไหมคะ มีข่าวคนเสียชีวิตจากอากาศร้อน หรือ ฮีทสโตรก ก็มากมาย ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลยทีเดียว (อ่าน “4 โรคอันตราย ที่มาพร้อม แดด และ อากาศร้อนอบอ้าว” และ “6 กลุ่มเสี่ยง “โรคลมแดด” ร้อนถึงตาย อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม” ที่นี่) แต่สิ่งที่ดีของอากาศร้อนคือ ผลไม้หน้าร้อนผลิดอกออกผลให้เราเลือกทานมากมาย โดยเฉพาะ “ทุเรียน”

แต่ทราบหรือไม่คะว่า ทุเรียน ถึงจะอร่อยดีมีประโยชน์ แต่หากไม่ถูกวิธีก็เป็นอันตรายต่อชีวิตได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นก่อานทานทุเรียน เรามาอ่าน “5 ข้อควรรู้ก่อนทานทุเรียน” กันก่อนดีกว่าค่ะ

1. ทุเรียน เป็นผลไม้ที่แคลอรี่สูง เพราะทุเรียน 4-6 เม็ด ให้ปริมาณแคลอรี่ถึง 400 กิโลแคลอรี่ เทียบเท่าน้ำอัดลม 2 กระป๋อง หรือข้าว 1 จานเต็มๆ เพราะฉะนั้นทานเพลินระวังน้ำหนักขึ้นนะเออ

2. ทุเรียน มีปริมาณน้ำตาลสูงมากอีกเช่นกัน ดังนั้นผู้ป่วยโรคเบาหวานเลี่ยงได้ก็ควรจะเลี่ยง (อ่าน “หยุดแชร์! ทุเรียน ลดเบาหวาน เสี่ยงน้ำตาลในเลือดสูง” ที่นี่)

3. นอกจากผู้ป่วยโรคเบาหวานแล้ว ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวข้องกับความดันโลหิตสูง หัวใจ เส้นเลือด และไขมันในเลือด ควรทานทุเรียนให้น้อยที่สุด

4. ทุเรียน เป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อน ทานเพียวๆ ก็มีฤทธิ์ร้อนอยู่แล้ว หากทานพร้อมกับแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะเหล้า เบียร์ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใดๆ ก็ตาม จะยิ่งทำให้เป็นอันตรายต่อร่างกายมากขึ้น ร่างกายจะเกิดความร้อนสูง จนถึงขั้นเสียชีวิตได้

5. ในเมื่อทุเรียนให้พลังงานสูง ดังนั้นมื้อใด หรือวันไหนที่ทานทุเรียน ควรหลีกเลี่ยงอาหารอื่นๆ ที่ให้พลังงานสูงด้วยเช่นกัน เช่น อาหารประเภททอด อาหารที่ปรุงด้วยกะทิ อาหารหวานมันอื่นๆ หรือลองลดปริมาณอาหารลงส่วนหนึ่งในมื้อถัดไป ถ้าเป็นไปได้ควรออกกำลังกายเพิ่มด้วย เพื่อเผาผลาญพลังงานที่ได้รับเพิ่มเข้าไป

เราไม่ได้ห้ามว่า ห้ามทานทุเรียน แต่ก่อนทานทุเรียนจะต้องมีสติให้มากๆ รู้ตัวว่าทานไปมากเท่าไรแล้ว ห้ามปากห้ามใจตัวเองได้ พร้อมออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หากทำได้ตามนี้ รับรองว่าทานทุเรียนได้อิ่มอร่อย ปลอดภัยต่อร่างกาย ไม่มีเรื่องต้องกังวลใจแน่นอนค่ะ

รู้หรือไม่?, ผักผลไม้, ยิ่งทานยิ่งร้อน

รู้หรือไม่? ผักผลไม้อะไรบ้าง ยิ่งทานยิ่งร้อน!

หัวข้อสนทนาในหมู่เพื่อนช่วงนี้ยังไงก็หนีไม่พ้นอากาศร้อนๆ ในบ้านเรา โดยเฉพาะช่วงพักเที่ยง ที่ทุกคนต้องแบกร่างไปเดินหาร้านข้าวกิน บางคนเลี่ยงที่จะปะทะแสงแดดอันร้อนระอุด้วยการทำข้าวกล่องมาทานที่บ้าน หรือซื้ออาหารกลางวันเตรียมไว้แต่เช้า แต่คนที่ไม่มีทางเลือก เตรียมไม่ทัน ก็ต้องเหงื่อชุ่มตัว อบอ้าวจนหน้าแดง ยิ่งทานอาหารร้อนๆ เข้าไปยิ่งอยากพ่นเป็นไฟ

แล้วจะยิ่งแย่ไปกันใหญ่หากอากาศข้างนอกว่าร้อนแล้ว เรายังทานอาหารที่ประกอบไปด้วยผักผลไม้ที่ฤทธิ์ร้อนเข้าไปอีก ทีนี้ก็ร้อนตับแตกทั้งภายในและภายนอกกันเลยทีเดียว มีผักผลไม้ชนิดใดบ้างที่ช่วงอากาศร้อนๆ แบบนี้ควรที่จะพักก่อน ตามมาเช็คกันค่ะ

ผักที่มีฤทธิ์ร้อน

กระชาย กะเพรา กุยช่าย กระเทียม ขิง ข่า ขมิ้น ผักชี ยี่หร่า โหระพา พริก พริกไทย เครื่องเทศ

ผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อน

กล้วย เสาวรส ขนุนสุก เงาะ ฝรั่ง ทุเรียน ทับทิม น้อยหน่า มะตูม ลำไย ลองกอง มะไฟ มะปราง มะม่วงสุก

สาเหตุที่ต้องทานผักผลไม้เหล่านี้ให้น้อยลง

เนื่องจากผักผลไม้เหล่านี้ บางครั้งอาจทำให้เราทานแล้วรู้สึกเผ็ด รสหวานจัด จนทำให้เรายิ่งกระหายน้ำมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้หากทานอาหารเผ็ด เจอกับอากาศร้อน อาจทำให้ร่างกายสูญเสียเหงื่อมากกว่าปกติ หากไม่ดื่มน้ำให้เพียงพอก็อาจทำให้ร่างกายขาดน้ำได้

หน้าร้อน ทานอาหารฤทธิ์เย็น

หากอยากปรับสมดุลของร่างกาย ให้ไม่ร้อนไปตามอากาศมากเกินไป ควรทานอาหารที่มีฤทธิ์เย็นในปริมาณที่พอเหมาะ

ผักที่มีฤทธิ์เย็น

ดอกกะหล่ำ กวางตุ้ง ผักกาดขาว ผักกาดหอม ข้าวโพด ใบเตย ถั่วงอก สายบัว บล็อกโคลี่ มะเขือ มะรุม ฟัก

ผลไม้ที่มีฤทธิ์เย็น

แก้วมังกร กระท้อน แคนตาลูป ชมพู่ เชอร์รี่ แตงโม แตงไทย มังคุด มะยม มะพร้าว น้ำมะนาว สับปะรด สาลี่ แอปเปิ้ล

ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าห้ามทานผักผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อนอย่างเด็ดขาดนะคะ จุดสำคัญคือการทานอาหารที่หลากหลาย เพื่อสร้างสมดุลในร่างกาย และให้ร่างกายได้รับคุณค่าทางสารอาหารที่หลากหลายไปด้วย สำหรับหน้าร้อนนี้ อย่าลืมดื่มน้ำเยอะๆ หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด ที่ๆ อากาศร้อนจัด และอากาศไม่ถ่ายเท เพื่อหลีกเลี่ยงลมแดด หรือ heatstroke ด้วยนะคะ

ตร.หวั่นสื่อชงข่าว,โกงสอบหมอ, ม.รังสิต ,ตัดอนาคตเด็ก

ตร.หวั่นสื่อชงข่าว โกงสอบหมอ ม.รังสิต ตัดอนาคตเด็ก

ตร.หวั่นสื่อชงข่าว โกงสอบหมอ ม.รังสิต ตัดอนาคตเด็ก

ผกก.สภ.ปากคลองรังสิต หวั่น สื่อนำเสนอข่าวทุจริตข้อสอบแพทย์ ม.รังสิต ตัดอนาคตเด็ก ขอพิจารณาให้รอบคอบ พร้อมนัด 3 นักศึกษาสอบปากคำเพิ่มวันนี้

พ.ต.อ.กรวัฒน์ หันประดิษฐ์ ผู้กำกับการ สภ.ปากคลองรังสิต เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า วันนี้เวลาประมาณ 11.00 น. ทางพนักงานสอบสวนได้นัด 3 นักศึกษา ที่ทุจริตการสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ และทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต มาสอบปากคำเพิ่ม โดยเบื้องต้นยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา เนื่องจากไม่ใช่ความผิดทางอาญา แต่เป็นความผิดตามกฎระเบียบของมหาวิทยาลัยเท่านั้น ซึ่งในเรื่องนี้ทางมหาวิทยาลัย กระทรวงศึกษาธิการ มีมาตรการในการกำหนดบทลงโทษไว้อยู่แล้ว ล่าสุดพบว่านักศึกษาทั้ง 3 คน ยังไม่ได้มาตามที่นัดหมาย

อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.กรวัฒน์ ยังกล่าวอีกว่า มีความเป็นห่วงการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนขณะนี้เป็นอย่างมาก เนื่องจาก 3 นักศึกษาที่ทุจริตการสอบนั้น ไม่ใช่ผู้ต้องหา การนำเสนอชื่อ รูปภาพ เป็นการกระทำที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง เนื่องจากจะทำให้เด็กตกเป็นจำเลยต่อสังคม และสูญเสียอนาคต ขอให้สื่อพิจารณาอย่างรอบคอบในการนำเสนอข่าว

ขณะที่ทางด้าน พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า กรณีนี้ได้สั่งการให้หน่วยที่เกี่ยวข้อง ศึกษาข้อกฎหมายว่าจะสามารถดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง กรณีที่พบการทุจริตระหว่างการสอบเข้าศึกษาคณะแพทยศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ และคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้หรือไม่ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีการดัดแปลงอุปกรณ์เพื่อทุจริตการสอบ โดยให้ตรวจสอบว่า สินค้าที่นำเข้ามา มีการเสียภาษีอย่างถูกต้องหรือไม่

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังกล่าวด้วยว่า จะนำกรณีนี้ ไปเป็นกรณีศึกษา ป้องกันการสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจด้วย แต่ยืนยันว่า การจัดสอบแต่ละครั้ง ไม่ใช่เฉพาะโรงเรียนนายร้อยตำรวจ แต่ยังรวมถึงสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ที่มีความเข้มงวด ป้องกันการทุจริตอยู่แล้ว แต่มิจฉาชีพก็ยังพยายามหาช่องว่าง หรือนำเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์มาใช้กันมากขึ้น ซึ่งสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ต้องศึกษา และรู้เท่าทันกลุ่มผู้ฉวยโอกาสกลุ่มนี้เช่นกัน

สั่งเด้ง,ผบ.ร.6, สร้าง “ปราสาทเขาพระวิหารจำลอง” ,บนผามออีแดง

สั่งเด้ง! ผบ.ร.6 สร้าง “ปราสาทเขาพระวิหารจำลอง” บนผามออีแดง

สั่งเด้ง! ผบ.ร.6 สร้าง “ปราสาทเขาพระวิหารจำลอง” บนผามออีแดง

ผู้บัญชาการทหารบก สั่งย้าย พ.อ.ธนศักดิ์ มิตรภานนท์ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 6 (ผบ.ร.6) ออกนอกพื้นที่ หลังร่วมกับชาวบ้านก่อสร้างเขาพระวิหารจำลองบนผาหมออีแดง

เมื่อ (10 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีรายงานจากแหล่งข่าวอ้างว่า พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้ลงนามในการแต่งตั้งโยกย้ายพิเศษ เพื่อย้าย พ.อ.ธนศักดิ์ มิตรภานนท์ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 6 (ผบ.ร.6) มาเป็น นายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา เมื่อวันที่ 4 พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็นการย้ายจากตำแหน่งคุมกำลังรบหลักในพื้นที่เขาพระวิหาร ออกมานอกพื้นที่

ทั้งนี้ คำสั่งดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ ผบ.ทบ. สั่งปิดปราสาทเขาพระวิหารจำลองบนผามออีแดง อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ ที่เพิ่งสร้างเสร็จเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยให้นำเถาวัลย์ ปลูกหญ้าคลุมพราง เพื่อรอการทุบทำลายทิ้ง

ขณะที่รายงานระบุอีกว่า ผบ.ทบ. เห็นว่าการสร้างปราสาทเขาพระวิหารจำลอง อาจกระทบต่อความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ที่กำลังเป็นไปด้วยดี พร้อมระบุว่า ทางกระทรวงต่างประเทศได้มีการท้วงติงมาเช่นกัน จนมีคำสั่งให้ปิด และโยกย้าย พ.อ.ธนศักดิ์ ในที่สุด

สำหรับปราสาทพระวิหารจำลอง พ.อ.ธนศักดิ์ ได้ร่วมกับประชาชนในพื้นที่ เจ้าของร้านวัสดุก่อสร้าง ร่วมกันบริจาคเงิน เพื่อก่อสร้างศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์ โดยสร้าง ปราสาทเขาพระวิหาร จำลอง ขึ้นบนผามออีแดง โดยทหาร และทหารพรานหน่วยเฉพาะกิจที่ 1 กองกำลังสุรนารี กว่า 100 นาย ได้ช่วยกันสร้างจนเสร็จในเวลา 5 เดือน ก่อนเปิดให้นักท่องเที่ยวชมได้ไม่กี่วันก็มีคำสั่งดังกล่าวตามมา

‘ธรรมกาย’วางกำลังแน่นหนา ตร.เฝ้าระวังมือที่สาม7จุด

7

วัดธรรมกาย’ ยังคงตรวจเข้มตรวจค้นรถทุกคันที่ผ่านเข้าออกวัด วางกำลังแน่นหนา ขณะที่ตำรวจก็เฝ้าระวังมือที่สาม โดยเฉพาะ 7 จุดสำคัญ

เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. บรรยากาศ ที่วัดพระธรรมกาย ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ได้มีคณะศิษยานุศิษย์เดินทางเข้าวัดพระธรรมกายด้านประตู 7 อย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่เดินทางมาด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถบัสและรถตู้โดยสาร  ทั้งนี้บริเวณประตูดังกล่าวมีการวางกำลังในการดูแลรักษาความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ของทางวัด  มีการตรวจรถทุกคนที่เข้า-ออก อีกทั้งไม่อนุญาตให้รถของสื่อมวลชนที่มาสังเกตการณ์ทำข่าวเข้าไปในบริเวณวัด จะให้รถของสื่อจอดอยู่ด้านนอก  ขณะที่ภายในซึ่งเป็นศูนย์ประชาสัมพันธ์มีการนำเต็นท์มากางไว้เพื่อเป็นจุดลงทะเบียน

7-1

ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.คลองหลวง ได้ระดมกำลังปล่อยแถว ตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมาย พร้อมทั้งรถยนต์และประชาชนทั่วไป ที่นำเข้ามาในวัดพระธรรมกาย เพื่อป้องกันเหตุ อีกทั้งเฝ้าระวังมือที่สามเข้ามาก่อเหตุ โดยวางกำลังทั้งหมด 7 จุด รอบๆ บริเวณวัดพระธรรมกาย  ประกอบไปด้วย  1.หน้าปั้มก๊าช NGVถนนบางขันธ์-หนองเสือ 2. ทางเข้าประตู 8 วัดพระธรรมกาย ถนนสีขาว 3. หน้าร้านโจ๊กบางกอกถนนบางขันธ์-หนองเสือ ก่อนเข้าประตู 7 วัดพระธรรมกาย 4. ปากซอยคลองสาม 5.ซอยเอราวัณ 1 ถนนเลียบคลองสอง 6.หน้าร้านแม่ศรีเรือน 7.ลานจอดรถเชื่อมต่อกับถนนมอเตอร์เวย์

7-2

7-3

ที่มา : dailynews